วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2558

สรุป The Secret กฏแห่งการดึงดูด : The Law of Attraction

สรุป The Secret กฏแห่งการดึงดูด : The Law of Attraction 



     เคล็ดลับที่จะนำไปสู่ความสุขและความสำเร็จของชีวิต โดยเชื่อใน “Law of Attraction” กฎแห่งการดึงดูด เพราะจิตของเรามีพลังอำนาจมหาศาล พูดง่าย ๆ ก็คือ ให้คิดแต่สิ่งที่ดี แล้วสิ่งดี ๆ จะถูกดึงดูดเข้ามาหาเราเอง

    “นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์สำหรับการมีชีวิตอยู่ เพราะเป็นครั้งแรกที่มนุษย์เรา มีอำนาจถึงขั้นใช้เพียงปลายนิ้วก็หาความรู้ได้” 

    ความลับที่จะทำให้คุณได้เรียนรู้วิธีการใช้ความลับในทุกแง่มุมของชีวิต ทั้งด้านการเงิน สุขภาพ ความสัมพันธ์ ความสุขและปฏิสัมพันธ์ทุกรูปแบบของคุณในโลกนี้ คุณจะเริ่มเข้าใจพลังอำนาจภายในตัวเองที่ถูกปกปิดซ่อนเร้นมานานและสิ่งที่เปิดเผยนี้จะนำมาซึ่งความยินดีในทุก ๆ ด้านชีวิตของคุณ

ความสำเร็จ ทุกอย่างจะเกิดขึ้นได้ เราต้องเข้าใจใน 3 กระบวนการ ดังนี้

กระบวนการที่ 1 : Attraction Process กระบวนการสร้างแรงดึงดูด
   โลกของเรามีแรงดึงดูด ที่เป็นพลังงานที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่พวกเราสามารถสัมผัสมันได้ ผ่านกระบวนการเกี่ยวเนื่องอื่นๆ ตัวเราเองก็สามารถสร้างแรงดึงดูดได้เหมือนกัน 
  แต่สิ่งที่จะวิ่งเข้ามาหาเรา..คุณต้องการสิ่งที่ดีหรือไม่ดีหละ คงไม่มีใครต้องการสิ่งไม่ดี และคงไม่มีใครไม่ต้องการสิ่งดีดี ทุกคนต่างต้องการสิ่งดีดีเข้ามาในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นทางด้านสุขภาพ ทรัพย์สินเงินทอง หน้าที่การงาน ต่างๆก็ล้วนแต่ต้องการสิ่งดีดี 
  ทีนี้เราจะสร้างแรงดึงดูดอย่างไร ให้มีแต่สิ่งดีดีเข้ามาหละ 
The secret ได้บอกหลักสำคัญๆของแหล่งแรงดึงดูดสิ่งดีดี ไว้ดังนี้
1.1 การคิดเชิงบวก (positive thinking):
   ทุกความคิดมีแรงดึงดูด เคยสังเกตุมั๊ยว่า หากเราคิดคำนึ่งหรือกังวลเรื่องใดเรื่องหนึ่งบ่อยๆๆ เรื่องนั้นก็มักเกิดขึ้นจริง ดังนั้น หากเราเปลี่ยนความคิดจากการคิดถึงสิ่งที่ไม่ดีบ่อยๆ เป็นคิดถึงแต่สิ่งที่ดีดี บ่อยๆ คลื่นความคิดเราก็จะแปรเปลี่ยนเป็นแรงดึงดูด ดูดสิ่งดีดีเข้ามาในชีวิต
ในประเด็นนี้ หากเรามองในทางธรรมแล้ว ก็คงไม่ต่างอะไรกับที่ชอบพูดกันว่า คิดดี ทำดี พูดดี ..สิ่งที่สะท้อนกลับมาหาเราก็คงดีเหมือนกัน
1.2 รู้เท่าทันความคิดของตัวเอง :
   เหมือนเป็นการมีสติ กำหนดรู้ว่า ขณะนี้เราคิดอะไร คิดดีหรือคิดเลว เมื่อเรารู้เท่าทันความคิดเราเมื่อไหร่ เราก็สามารถคัดแยกความคิดเลวออกจากความคิดดีได้ ทำให้เรามีโอกาสที่จะยับยั้งความคิดเลว และดำเนินความคิดดีดีต่อไป
   เคยสังเกตุตัวเองกันมั๊ย หากเมื่อเราคิดเลว อารมณ์ที่ไม่ดี ก็จะเกิด แต่หากเมื่อไหร่เราคิดดี ความสบายใจ อารมณ์ที่ดีก็จะเกิด อารมณ์เป็นสิ่งหนึ่งที่ก่อให้เกิดการกระทำ คนที่ไม่รู้เท่าทัน ไม่รู้จักควบคุมความคิดเลว อารมณ์เลว ก็จะโกรธง่าย เกลียดง่าย ฉุนเฉียวง่าย สิ่งเหล่านี้ ถูกถ่ายทอดผ่านใบหน้าและร่างกายออกสู่ภายนอก สิ่งที่สะท้อนจากภายนอกกลับมาหาตัวคุณก็คงไม่ใช่สิ่งดีนักหรอก แต่ในทางกลับกัน คนที่คิดดี รู้เท่าทันระงับความคิดและอารมณ์เลว สิ่งดีดี จากจิตใจก็จะถูกทอดผ่านร่างกายให้แสดงออกมาแต่ในสิ่งดีดี สิ่งที่คุณได้รับก็จะเป็นสิ่งดีด้วยเช่นกัน เมื่อคุณรู้สึกดี ความคิดสร้างสรรค์ อารมณ์สร้างสรรค์สิ่งต่างๆก็จะบังเกิดขึ้น ทำให้คุณสามารถพัฒนาตัวเองทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างดีขึ้นอย่างไม่ ต้องสงสัย อนาคตของคุณขึ้นกับความคิดของคุณแล้วหละ
สร้างคิดดี อารมณ์ดี โดย
- รู้จักมีความพึงพอใจ (Satification)
- รู้จักชื่นชมผู้อื่น (Appriciation)
- มีความหวัง (Hope)
- มีความสุข (Happiness)
- รู้จักสนุก ร่าเริง(Joy)
- รู้จักขอบคุณ (Gratitude)
- รู้จักรักทั้งตัวเอง ผู้อื่น และสิ่งอื่นรอบตัว (Love) เป็นต้น

ละทิ้ง ความคิดเลว อารมณ์เลว โดย
- ตัดความหวาดกลัว (Fear)
- ตัดความกดดัน เครียด(Depression)
- ผิดพลาดเลอะเทอะ (Fault)
- ไม่พอใจขุ่นเคือง (resentment)
- ความเกลียด (Hate)
- ความโกรธ (Angry)
- การตำหนิติเตียน (Criticism)
- การกล่าวโทษนินทา (Blame) เป็นต้น

ความเครียด ความคิดเชิงลบ ก่อให้เกิดอารมณ์ที่ขุ่นมัว เศร้าหมอง ส่งผลต่อระดับการทำงาของร่งกายและสมองที่ลดลงเสมอ
The secret แนะกระบวนการสร้างสรรค์ (Creative process) ไว้ให้ 3 ขั้นตอน คือ
ขั้นที่ 1 ขั้นตอนการร้องขอ (Ask) : เหมือนคุณมี ตะเกียงวิเศษ เมื่อถูเจ้ายักษ์ออกมาแล้ว คุณต้องร้องขอ คุณต้องคิดให้พลังแห่งจักรวาลรับรู้ว่า คุณต้องการอะไรอย่างแท้จริง แล้วคุณจะได้สิ่งนั้นมา..นั่นแหละ หากสิ่งที่คุณคิด..ไม่ดี..สิ่งที่คุณได้ก็ย่อมไม่ดีเช่นกัน แต่หากคุณคิดดี สิ่งที่คุณได้ย่อมดีเสมอ ในขึ้นตอนนี้เทคนิคที่ the secreat แนะนำ คือ การเขียนสิ่งดีดี คุณสามารถเขียนสิ่งดีดี ที่คุณต้องการในสมุดบันทึกได้ทุกวัน เพื่อให้คุณจดจำสิ่งดีดีที่คุณต้องการ มันจะก่อให้เกิดแรงบันดาลใจลึกๆๆในใจ ให้คุณพยายามทำให้สิ่งที่คุณต้องการจนสำเร็จ
ขั้นที่ 2 ขั้นตอนแห่งความเชื่อ (Believe) : จง เชื่อในสิ่งดีดี ที่คุณพึงอยากได้ ว่าคุณจะต้องได้มา ศรัทธาที่ไม่สั่นคลอนก่อให้เกิดสิ่งที่เป็นจริง เมื่อไหร่ที่คุณพลาดจากหวัง จงเชื่อเสมอว่า หากหวังและพยายามต่อไป วันหนึ่ง ฝันคุณจะเป็นจริง กรณีนี้ คงเข้าตำราคนไทยที่ว่า ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น หากเราเชื่อ และพยายามทำในสิ่งที่เราเชื่อ สักวัน สิ่งนั้นจะสำเร็จดังฝัน
ขั้นที่ 3 ขั้นตอนแห่งการรับ (Receive) : เป็นการยอมรับ ทั้งสิ่งที่สมหวังและผิดหวัง การผิดหวัง หากเรายอมรับเราสามารถนำมันมาทบทวน ไตร่ตรองได้อีกรอบ แล้วเราจะเห็นถึงข้อผิดพลาดอันนำไปสู่แนวทางในการปรับปรุง
1.3 เริ่มต้นวันใหม่ด้วยสิ่งดีดี :
  คุณเคยสังเกตุมั๊ย หากวันไหนคุณตื่นมาพร้อมอารมณ์ที่ขมุกขมัว วันนั้น คุณอาจปวดหัว อะไรก็ดูช่างหงุดหงิดในสายตาของคุณไปเสียทั้งหมด ไม่ว่า จะเป็นคน การจราจร หรือ สิ่งแวดล้อมต่างๆ แต่ในทางกลับกัน หากคุณสามารถตื่นขึ้นมาพร้อมกันความรู้สึกดีดี สมองคุณก็จะแจ่มใส จิตใจก็จะเบ่งบาน พร้อมที่จะมีสติรับรู้เรื่องราวต่างๆในวันนั้น ได้อย่างต่อเนื่องและมีสมาธิในการไตร่ตรองแยกแยะ พิจารณาสิ่งที่ ผิด ถูก ชั่ว ดี ได้ไม่ยาก ซึ่งเมื่อคุณได้กรองและเลือกที่จะรับแต่สิ่งดีดีแล้ว อารมณ์ก็จะดียิ่งขึ้น สิ่งที่แสดงออกมาจากตัวคุณ ก็ดี สิ่งที่คุณจะได้รับต่อไป ยิ่งดี
   เมื่อใดที่เรารู้สึกแย่ ท้อถอย the secret แนะให้มองสิ่งที่สวยงาม การได้ฟังเพลงดีดี เพลงเชิงบวก การได้มองเด็กๆที่สดใสร่าเริง การได้ชมดอกไม้สีสวยๆที่กำลังเบ่งบาน การได้เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงสุนัข เลี้ยงแมว การได้เล่นกีฬา การได้ออกไปท่องเที่ยว เพราะ the secret เชื่อว่า “เมื่อคนรู้สึกรัก สิ่งดีดีก็จะเข้ามาในชีวิต”
ซึ่งสิ่งเหล่านี้เหมือนกับเราจะรู้กันเองนานแล้ว ใช่ป่าว เพราะเราคงได้ยินกันบ่อยๆว่า ความรักทำให้โลกสดใส โลกทั้งใบเป็นสีชมพู ไม่ว่าจะรักแบบไหน แต่ต้องเป็นรักที่บริสุทธิ์ใจจึงจะไม่เป็นทุกข์…รักทำให้คนสามารถมองโลก ได้ในแง่ดีเสมอ…
1.4 อย่าลังเลกับสิ่งที่จะลงมือทำ :
สิ่งดีดี โอกาสคอยเราอยู่เสมอ เมื่อเราสามารถสร้างแรงดึงดูดได้แล้ว สิ่งที่สะท้อนกลับมา เมื่อเราหยุดคิดอย่างรอบคอบแล้ว อย่าลังเลที่จะรับ อย่าปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดลอย เพราะหากคุณไม่เริ่มผลคงไม่เกิด เราไม่จำเป็นต้องเห็นตลอดทั้งเส้นทางหรือเห็นทางทั้งหมด แต่หากคุณเริ่มและลองดู คุณอาจจะเห็นทางอีกหลายทางซึ่งสามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้
1.5 รู้จักพอเพียง :
การรู้จักพอ จะสร้างความสุขที่แท้จริง คนเราทุกวันนี้ ล้วนแต่เอากิเลสเป็นที่ตั้ง อยากได้สิ่งต่างๆมากมายจนเกินความจำเป็นความพอดี ข้อนี้ คงเข้ากับหลักพุทธศาสนา หรือแม้กระทั่ง หลักเศรษฐกิจพอเพียง ได้เป็นอย่างดี
เมื่อรู้จักพอ ความสุขก็เกิด ความเหนื่อยล้า แห่งการดิ้นรนก็น้อยลง ทำให้คนมีเวลาที่จะคิดทบทวนไตร่ตรองสิ่งต่างๆในความคิด ได้ดีขึ้น ดังนั้น ความพอเพียงคงแยกกันไม่ออกจากข้ออื่นๆ ที่กล่าวข้างต้น
กระบวนการที่ 2 : Gratitute  รู้จักขอบคุณ และชื่นชม 
   การรู้จักขอบคุณ ขอบคุณสิ่งที่อยู่รอบตัวคุณ สิ่งที่คุณมี สิ่งคุณเป็น ด้วยใจจริง ตัวอย่าง เช่น
   - แทนที่คุณจะมองว่าของขวัญจากเพื่อนมูลค่าน้อยนิด คุณจงมองเสียใหม่ว่า ขอบคุณที่มีเพื่อนที่น่ารัก เพื่อนยังคิดถึงเราเสมอ
   - แทนที่คุณจะน้อยใจว่าพ่อแม่ดุว่า คุณจงมองเสียใหม่ว่า ขอบคุณที่ทุกวันนี้ยังได้ยินเสียงของพ่อแม่ และท่านยังได้มีทุกข์สุขร่วมกันเรา
  - แทนที่คุณจะมองว่าอาหารมื้อนี้น้อยเกินไป กินไม่อิ่ม คุณจงมองเสียใหม่ว่า ขอบคุณที่ทุกวันนี้คุณยังมีข้าวมีอาหารให้ได้กิน
    หากคุณสามารถมองสิ่งรอบตัวในมุมที่ดีดีได้ คิดเชิงบวกกับสิ่งเหล่านั้นได้ และสามารถขอบคุณสิ่งเหล่านั้นได้ และชื่นชมอย่างจริงใจ คุณก็จะสามารถสร้างแรงดึงดูดดีดี ให้กับชีวิตคุณได้ไม่ยาก 

กระบวนการที่ 3 : Visualize รู้จักสร้างภาพ
   การสร้างภาพในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงการให้โกหกหลอกลวง สร้างภาพให้ดูดี ในสายตาคนอื่น แต่การสร้างภาพในที่นี้ หมายถึง การสร้างจิตนาการแห่งความหวังของคุณให้เป็นภาพออกมา เช่น
   หากคุณต้องการมีบ้านสวย คุณลองวาดภาพบ้านในฝันของคุณออกมาดูซิ คุณก็จะมีความหวัง แรงบันดาลใจ พลังในจิตใจให้เกิดความพยายามในการสร้างสรรค์แนวทางที่จะให้ได้มาซึ่งบ้านในฝันของคุณ
   ไม่เฉพาะสิ่งของ แม้แต่บุคคลหากเราฝันมันก็อาจเป็นจริง เชื่อได้ว่า ข้อนี้ ทุกคนก็คงเคยฝันถึง คนในอุดมคติ ที่คุณสามารถเอาเป็นแบบอย่างได้
   ความลับข้อนี้ มันอาจถูกเปิดเผยมานานแล้ว แต่เพียงแต่เรายังไม่ทราบเท่านั้นเองว่า มัน คือ ช่องทางแห่งความสำเร็จ

กระบวนการสร้างแรงดึงดูด โดยสรุปแล้ว หากเราต้องการพบความสุขและความสมหวังที่แท้จริง เราก็ควรมุ่งเน้นที่สร้างแรงดึงดูดที่ดี เราต้องหัดปรับเปลี่ยนความคิดทัศนคติไปในทิศทางที่ดี
หากเราคิดดี ทำดี สิ่งสะท้อนออกไปดี สิ่งที่เราได้รับก็จะดี เมื่อทุกคนทำได้ โลกก็จะเป็นสุขและพัฒนาในทิศทางที่ดี…
the secret บอกว่า ทุกวันนี้คนเรามันใช้คำพูดว่า “ต่อต้าน” ในการรณรงค์ต่างๆ ซึ่งทำให้การรณรงค์เหล่านั้นไม่ประสบผลสำเร็จซักที ดังนั้น ควรเปลี่ยนคำพูดเชิงลบ จากคำว่า “ต่อต้าน” เป็นคำพูดเชิงบวก คำว่า “ส่งเสริม” คงจะดีกว่า อาทิเช่น
แทนที่จะต่อต้านสงคราม ก็ควรเปลี่ยนเป็น สนับสนุนสันติภาพ
แทนที่จะต่อต้านความยากจนอดอยาก ก็ควรเปลี่ยนเป็น สนับสนุนผู้คนให้มีอาหารกิน
แทนที่จะต่อต้านพรรการเมืองใดเป็นพิเศษ ก็ควรจะเปลี่ยนเป็น สนับสนุนพรรคการเมืองตรงข้ามพรรคนั้น
หากทุกคนเพื่งไปยังสิ่งที่ไม่ต้องการ สิ่งนั้นมันคงยังวนเวียนในหัวสมองของทุกคน แล้วในที่สุดมันก็เป็นการตอกย้ำและดึงดูดให้สิ่งที่ทุกคนไม่ต้องการนั้นเกิด ขึ้น เหมือนสุภาษิตไทยว่า “ยิ่งเกลียดยิ่งเจอ” นั่นเอง ดังนั้น ทุกคน ควรเรียนรู้ที่จะสงบนิ่งและละความสนใจไปจากสิ่งที่เราไม่ต้องการ

ข้อคิดจากคำคม ใน The secret 


"Whatever you're thinking and feeling today is creating your future" 
"อะไรก็ตามที่คุณคิดและรู้สึกในวันนี้ คือ สิ่งที่สร้างอนาคตของคุณ" 

"Your thaught and you feeling create your life" 
"ความคิดและความรู้สึกของคุณ สร้างชีวิตคุณ" 

" Take the first step in faith you don't have to see the whole staircase just take the first step" "เริ่มก้าวแรกด้วยความศรัทธา คุณไม่จำเป็นต้องเห็นขั้นบันไดทั้งหมด คุณแค่เริ่มต้นที่ก้าวแรก" 

"When you want to change your circumstance you must first to change your thinking" 
"หากคุณต้องการสิ่งที่เป็นอยู่รอบตัวคุณ คุณต้องเปลี่ยนความคิดคุณเป็นอันดับแรก" 

"Imagination is everything. It is the preview of lifes coming attractions" 
"จิตนการคือทุกสิง มันเปรียบเสมือนภาพของชีวิต ที่กลายเป็นแรงดึงดูด" 

"Whatever the mind of man can conceive, it can achieve" 
"อะไรก็ตาม ที่จิตใจของคนสามารถคิดได้ มันก็สามารถนำมาครอบครองได้" 

"Energy flows when attention goes" 
"พลังงานจะไหลลื่น เมื่อความมุ่งมั่นเกิดขึ้น" 

"All power is from within and is therefore under our own control" 
"พลังอำนาจทั้งหมดมาจากภายใน ฉะนั้นมันควรอยู่ภายใต้การควบคุมของเรา" 

“เป็นไปไม่ได้ที่ใครจะรู้สึกแย่ ในขณะที่คิดอะไรดี ๆ” … Charles Haanel 
 “สิ่งที่คุณต่อต้าน จะยิ่งทานทน” … Carl Jung (1875-1961) 
 “ไม่ว่าคุณจะคิดว่าคุณทำได้ หรือคิดว่าคุณทำไม่ได้ คุณก็คิดถูกทั้งนั้น” .. Henry Ford (1863-1947) ** 

   เริ่มฝึกจากสิ่งเล็ก ๆน้อย ๆ ก่อน เช่น กาแฟสักถ้วย หรือที่จอดรถ นี่เป็นวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยคุณได้สัมผัสกับการทำงานของกฏแห่งการดึงดูด จงตั้งใจและจริงจังที่จะดึงดูดอะไรสักอย่างที่เล็ก ๆ ก่อน เมื่อคุณได้ประจักษ์ในพลังดึงดูดของตนเองแล้ว คุณก็สามารถยกระดับขึ้นสู่การสร้างอะไรที่ใหญ่กว่านั้นได้

ที่มา : DVD เรื่อง "The secret"

7 ขั้นตอน ของการสร้างพลังดึงดูด

**จากหนังสือ พลังเนรมิต - อาจารย์วิศิษฐ์  ศรีพิบูลย์ 

เปลี่ยนวิธีคิด เพื่อมีความสุข

    “กฎแห่งการดึงดูดมีอยู่ว่า อะไรที่คุณคิดถึงอย่างจดจ่อ สิ่งนั้นจะเกิดขึ้นกับคุณ”


***ดังนั้นจงอย่าคิดถึงเรื่องร้ายๆ ความคิดทางด้านลบ ความพ่ายแพ้ ยากจน ไม่สำเร็จ ไม่ดี ไม่เก่ง หรือแม้แต่ความเจ็บป่วย เป็นอันขาด จงคิดถึงสิ่งดีๆ ความสำเร็จ เราทำได้ ร่ำรวย หล่อ ดี สวย เก่ง โชคดี ***

     พลังดึงดูด คือ พลังแห่งเจตนารมณ์ของบุคคล เป็นพลังที่เกิดจากความคิดและความปรารถนาอย่างมุ่งมั่นแรงกล้าที่คิดซ้ำ แล้วซ้ำเล่าอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนก่อเกิดเป็นขุมพลังเข้มข้นแล้วเกิดการสั่นสะเทือน (Vibration) ออกไปดึงดูดเหตุการณ์ผู้คน สิ่งของ หรือปัจจัยต่างๆ ที่เป็นองค์ประกอบของเรื่องราวที่จะนำมาซึ่งผลลัพธ์ตามที่เจ้าของต้องการซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในรูปแบบของความบังเอิญ ความโชคดี ความสะดวก โอกาส ข้อมูล คำแนะนำ สัญชาตญาณ ลางสังหรณ์หรืออื่นๆ ที่ไม่จำกัดรูปแบบ

7 ขั้นตอน ของการสร้างพลังดึงดูด
   1. สร้างพลังแห่งจินตนาการ : รู้ไหมว่า ความคิดคือพลังงานอันมหาศาล จงคิดและพูดแต่ สิ่งที่ดีๆ หลีกเลี่ยงการนินทาว่าร้าย (คำพูดร้ายๆ จะนำสิ่งร้ายๆ เข้ามาสู่ตัวเรา) จงจินตนาการถึงความสำเร็จที่เราต้องการ สร้างเป็นภาพในใจหรือนำภาพที่เราต้องการมาให้เราเห็นอยู่ตลอดเวลา

   2. ติดต่อกับจิตใต้สำนึกด้วยการสะกดจิตตัวเอง : บอกตัวเองและมีพลังอย่างแรงกล้าที่จะเชื่อว่า เราทำได้ จนความคิดนี้ฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกของเรา เมื่อความคิดนั้นอยู่ในจิตใต้สำนึกแล้ว จากนั้นเราจะสามารถทำได้ทุกอย่างที่เราต้องการ

   3. ชำระความคิด คำพูด และการกระทำอย่างสิ้นเชิง : ความคิด คำพูด การกระทำทุกสิ่งส่งผลโดยตรงต่อตัวเรา คนรอบข้าง ครอบครัว สังคม ประเทศ โลก รู้ไหมว่า เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว ทุกการกระทำ ความคิด คำพูดจะส่งผลต่อภาพรวมของโลก รู้อย่างนี้แล้ว ต้องคิด พูด และทำสิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้น สิ่งดีๆ จึงจะเกิดขึ้น

   4. ขจัดความสงสัย : อย่าสงสัย คลางแคลงใจเลยว่าจะเป็นไปได้หรือ จริงหรือ ให้รู้เถอะว่าเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้ที่สุด คือ การเกิดมาเป็นคนบนโลกนี้ ก็เกิดขึ้นแล้ว ดังนี้ ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่วันนี้ก็ต้องเป็นสักวันหนึ่ง ต้องเป็นไปได้

   5.หลีกเลี่ยงการถูกสะกดจิต จากสภาพแวดล้อม : คำพูด ความคิดการกระทำโดยตัวเราที่ต้องระวังที่สุดแล้ว ยังต้อง ระวังคำพูด ความคิด และการกระทำด้านลบจากผู้คน สิ่งแวดล้อม ข่าวสาร หนังสือแย่ๆ ทุกสิ่งรอบตัวส่งผลกับเราทั้งสิ้นจะต้องฉลาดที่จะเลือกรับ แต่สิ่งดีๆสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข สิ่งไม่ดีจะรับเข้ามาทำไมกัน

   6. ปล่อยวาง : เมื่อทำดี คิดดี พูดดีแล้ว เราต้องปล่อยวาง
เพื่อให้โอกาสกับพลังดึงดูดของเราให้มันทำงาน ยิ่งปล่อยวางเราจะยิ่งมีพลัง หายใจลึก ๆ ช้าๆ เราจะมีสมาธิ

   7. ฉลองความสำเร็จ : ต้องรู้จักชื่นชมตัวเอง กับความสำเร็จทุกวัน เพราะ Success Built Successes นั่นคือความสำเร็จ เล็กๆ น้อยๆ จะนำมาซึ่งความสำเร็จยิ่งใหญ่ ยังมีวิธีหากำไรง่ายๆที่แสนดี คือต้องรู้จักให้กำลังใจคนอื่นและชื่นชมคนอื่น แค่นี้ในแต่ละวันเราก็ได้ชื่นชมความสำเร็จ มากมาย จนนับไม่ถ้วนแล้ว ทั้งยังเป็นการสร้างความสุขกับตัวเองและผู้อื่น เมื่อคนใกล้ตัวเรามีความสุขก็ส่งผลให้เรามีความสุขด้วยเช่นกัน พลังแห่งแรงดึงดูดใช้ได้ผลกับครอบครัวตัวเองและหลายๆคนที่มีความเชื่อมาแล้ว..

-ในตัวคุณมีพลังดึงดูดที่สามารถเนรมิตทุกสิ่งที่คิดให้กลายเป็นความจริงได้……..
-คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่า…ทำไมคนประสบความสำเร็จส่วนใหญ่จึงเชื่อมั่นในการสวดมนต์…ทราบไหมว่าคนร่ำรวย คนมีอำนาจ หรือข้าราชการระดับสูงจำนวนไม่น้อย นิยมการสวดมนต์เป็นประจำ พวกเขาเหล่านั้นได้อะไรจากการสวดมนต์ คงไม่ใช่ความสบายใจอย่างเดียวแน่ !!!
-การใช้พลังดึงดูดด้วยวิธีการง่ายๆ แต่ได้ผล คุณจะพบเรื่องดีมากมายที่จะบอกหนทางแก้ปัญหาทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บป่วย ความผิดหวังในความรัก ปัญหาการงาน หรือความทุกข์ยากต่างๆ เพื่อบรรลุผลในสิ่งที่คุณต้องการ

จากหนังสือ พลังเนรมิต (LAW OF ATTRACTION) - อาจารย์วิศิษฐ์ ศรีพิบูลย์